Tuesday, February 8, 2011

นักการตลาดของ CPN- เซ็นทรัลพัฒนา

กบฎ เลือดบ้า Passion มีรสนิยม สร้างสรรค์ เก่งในการปรับตัวและวิธีคิด มีสามัญสำนึก เก่งแถมหล่อด้วยสวยด้วยก็เลิศ เป็นนักเล่าเรื่อง

และนี่คือสเปคที่นักการตลาดขั้นเทพอย่าง ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้กำหนดไว้หรือ storytellerg  ฯลฯคือคุณสมบัติของนักการตลาดในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็วเหนือแสง
แม้จะยิ่งใหญ่แต่หากทำตัวเชื่องช้า งุ่มง่ามก็อาจลงเอยเหมือนกับ 'ไดโนเสาร์' สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์ไปนานแล้ว ในวันนี้นักการตลาดที่เยี่ยมยุทธ์ จำเป็นต้องกลายร่างเป็น 'แมลงสาบ' สัตว์ยุคเดียวกันแต่สามารถอยู่ทน อยู่นาน ขยายพันธ์จากรุ่นสู่รุ่น
 " นักการตลาดต้องพร้อมที่จะเปลี่ยน ไม่ยึดติดกรอบความคิดหรือโมเดลความสำเร็จแบบเดิมๆ อยู่ตลอดเวลา เพราะมันมีหลายองค์ประกอบที่ส่งกระทบต่อวิธีทำการตลาด ไม่ว่าปัญหาการเมือง ค่าเงิน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม มันเดาไม่ได้เลยว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าแฟนที่คบกันมาอีก 5 ปีข้างหน้าเขายังจะรักเราอยู่"
 จึงไม่ใช่เป็นเพียงคำขู่ แต่เป็นเรื่องจริงที่ว่าถ้าใครไม่พร้อมจะเปลี่ยนก็ต้องตายในที่สุด และอาจอกหักรักคุดขนาดตุ๊ดก็ยังเมิน
ที่สำคัญคุณสมบัติดังว่าข้างต้น ดร.ณัฐกิตติ์นั้นมีอยู่ 'เพียบ' เหตุผลก็คือ ในฐานะ 'ผู้นำ' หน้าที่ของเขาคือ แมวมอง และสร้างนักการตลาดดาวเด่นมือดีให้กับองค์กร
"ผมจะเข้าไปคัดเลือกและพิจารณาเป็นพิเศษในตำแหน่งผู้จัดการขึ้นไป มีผิดมีถูกนะ แต่ทำงานมาถึงขั้นนี้คิดว่า 70 เปอร์เซ็นต์ที่มองถูก ก็ดูจากหลายๆ อย่างว่าตรงกับความต้องการของเราหรือเปล่า เช่น จากประวัติการศึกษา การพรีเซนต์งานของเขา บางทีมันก็พิสูจน์ได้ง่ายเช่น ถ้าคนที่ไม่ชอบไอโฟน เล่นไอแพด หรือบีบีหาใคร ชอบทำตัวเรียบง่ายไม่ใคร่ชอบสอดรู้สอดอย่างนี้เห็นจะไม่เหมาะแน่ ๆ"
 เขาบอกว่า เหมือนการคุยโวโตเกินจริงหากจะพูดว่า มีเซนส์เรื่องคน 'สูง' มาก ทั้งนี้เป็นเพราะชีวิตที่ผ่านมานั้นเขาได้รับการโปรโมทสู่ตำแหน่งผู้บริหารที่มีขั้นสูงขึ้นๆ อย่างต่อเนื่อง
 บทเรียนที่ได้เรียนรู้ และประสบการณ์ที่ผ่านมา จวบจนวันนี้ทุกอย่างก็ 'ตกผลึก' ในมุมคิดของ ดร.ณัฐกิตติ์ นั้นความสำเร็จเกิดจาก
การเปิดกว้างของผู้นำ
ที่หมายถึงผู้นำเปิดช่องให้ลูกน้องได้แสดงความคิดเห็น สามารถวิพากษ์วิจารณ์หัวหน้าด้วยเหตุด้วยผล แน่นอนที่ตัวเขานั้นเปิดถ่างกว้างรอบทิศ ( 360 องศา)
"คุณกอบชัย (จิราธิวัฒน์) ก็ปล่อยนะ คือเปิดโอกาสในระดับหนึ่ง ไม่ Top-Down เพราะการจะเป็นองค์กรอินโนเวทีฟ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเปิดอิสระทางความคิดและการทำงานให้กับลูกน้อง และหลายปีที่ผ่านมา CPN ก็ได้รางวัลอินโนเวชั่นเยอะมาก"
และเรื่องของการเปิดโอกาส ให้ลูกน้องแสดงได้แสดงฝีมิอ อีกนัยหนึ่งก็เป็นเหมือนการ 'เสี่ยงดวง'
 " เราต้องดูแววลูกน้อง หากเขามั่นใจว่าทำได้ และเราก็เชื่อมั่นว่าเขาทำได้ เราก็ต้องปล่อย เรื่องนี้มันว่ากันด้วย กึ๋น เซ่งจี๊ แน่นอนว่ามันเสี่ยงซึ่งไม่ใช่เสี๊ยงเสี่ยง (เสียงสูง) ก็ต้องเสี่ยงไม่เช่นนั้นบริษัทก็โตไม่ได้เพราะคนจะไม่กล้าคิดหรือกล้าทำอะไร"
การสร้างให้เกิดความเชื่อ ในเรื่องการทำงานเป็นทีม
"ต้องยอมรับว่าคนไทยนั้นชอบเล่นบทคนเดียว วิ่งเปรี้ยวเป็นทีมไม่เป็น เราต้องพยายามสร้าง Framework นำไปสู่การทำงานร่วมกันเป็นทีมว่าต้องทำอย่างไร และภายในทีมก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่สุดยอดทั้งหมด คนเก่งอยู่ร่วมกันไม่ดี ต้องวาไรตี้ คนที่หลากหลายเท่านั้นถึงจะเป็นทีมเวิร์คที่ดีได้"
เขาบอกว่าปัจจุบันทีมการตลาดควรมีสัดส่วนระหว่างคนเก่าและคนใหม่เท่าๆ กัน คือ 50: 50 จากเดิมที่เป็น 70:30
 " เพราะเรา need อะไรที่แปลกใหม่มากขึ้น เวลาเปิดศูนย์การค้าสาขาใหม่ๆ เราต้องการวิธีการทำตลาดที่ไม่เหมือนเดิม เพราะโจทย์ของแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ต้องอาศัยการแชร์ข้อมูลของคนเก่ากับคนใหม่ ขณะที่คนเก่าก็ได้เรียนรู้แนวคิดที่แปลกไปของคนใหม่ ส่วนคนใหม่ก็จะได้ความรู้จากคนเก่าอะไรที่ควรทำไม่ควรทำ"
 การสร้างไกด์ไลน์ในการทำงาน
"เราต้องมีบุ๊คไบเบิล เป็นกระบวนขั้นตอนการทำงาน เช่น งานอีเวนท์ จะต้องทำเรื่องอะไรบ้าง จัดเพื่อตอบวัตถุประสงค์อะไร ต้องคิดแผนงานอย่างไร ดูลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างไร นับเนื่องไปจนถึงการวัดผลว่าจะวัดอย่างไร"
รวมถึงจะมีการบ่งชี้ถึง Competency ของนักการตลาดของ CPN ที่พึงมีด้วย ซึ่งเบสิคนั้นมีอยู่ 5 ข้อ
คือ 1. สร้างสรรค์ (Innoration) 2. เชื่อมั่น ( integrity and trustworthy) 3.เป็นเลิศ (passion for Excellence) 4. ร่วมกัน (Team Synergy) และ 5.ใส่ใจมุ่งเน้นลูกค้า (Customer Focus)
และ การเป็นองค์กรแห่งความสุข หรือ Happy Workplace
 "คนไทยยังติดเรื่องความเป็นครอบครัว ในฐานะหัวหน้าเราก็ต้องพยายามตัวใกล้ชิดกับลูกน้อง ถามไถ่เรื่องส่วนตัวบ้าง ทำเรื่องเครียดให้เป็นเรื่องตลก สนุก "
 ทำไมต้องสนุก?
ดร.ณัฐกิตติ์ บอกว่าเพราะเซ็นทรัลหวังจะเป็นศูนย์การค้าที่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า หากพนักงานไม่เอ็นจอยกับงาน ก็คงแค่จัด อีเวนท์ให้โป๊งๆ ชึ่งผ่านๆ ไปเท่านั้น
"ขณะที่เราคาดหวังอีเวนท์ที่เลอเลิศ บ้า ประหลาด เป็นที่โจษจัน "
เช่นนี้เอง บูมเมอแรงพอขว้างไปมันก็ย้อนกลับมาที่ตัวผู้นำเหมือนเดิม
" วัฒนธรรมมันขึ้นอยู่กับตัวผู้บริหารที่จะต้องทำ และแสดงให้ลูกน้องเห็นเป็นตัวอย่าง ว่าเจ้านาย บ้าจริง เราต้องบ้าให้เขาเห็นก่อน "
สำหรับดร.ณัฐกิตติ์แล้วกระทั่งยังเคยแสดงถึงมิติอินโนเวทีฟของตัวเอง ด้วยบทบาทของนักแสดงก็ทำมาแล้ว เขาบอกว่าเป็นเจ้านายที่ดีต้องทำได้หลายบท เป็นพระเอกคอยปลอบใจ จะเป็นผู้ร้ายเอาแต่ดุ ..เขาทำมาหมดแล้ว
 เลยยอมรับโดยดีว่าคุณสมบัติเยอะขนาดนี้เลยยังหา Suceessor ไม่ได้
เพราะถ้าจะแทนที่ได้ดาวเด่นคนนั้นต้องครบเครื่องเรื่องโหมด Leadership Competency ซึ่งมีอยู่ 6 ข้อ
 คือ 1. Nuturing talent 2. Entrepreneurial Spirit 3. Relationship Management 4.Strategic Orientation 5.Impacting performance และ 6. Leadership Role Model
ดร.ณัฐกิตติ์ย้ำอีกทีว่า คนจะไต่ขึ้นเป็นผู้นำได้ต้องมีลูกบ้าเยอะ แต่จะบ้าอย่างไรก็ตามต้องพิสูจน์ได้ชัดเรื่อง คุณภาพของงาน ด้วย ซึ่งเขาบอกว่าได้ตั้งมาตรฐานของผลงานไว้ 3 ข้อ ได้แก้ 1 . สำรวจความคิดเห็นว่าลูกค้าชอบแคมเปญการตลาดนี้หรือไม่ 2. ร้านค้าภายในศูนย์ฯ ชอบหรือไม่ และ 3. ประเมินกันเองภายในว่างานนี้ทำได้ดีมีรสนิยม สร้างความตื่นเต้น โชว์ถึงนวัตกรรมหรือไม่
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 

No comments:

Post a Comment