Thursday, May 3, 2012

มุมองของ รุ่นที่ 2 ในธุรกิจครอบครัว

              (ปกหนังสือ คัมภีร์สร้างและรักษาธุรกิจครอบครัว -Family Business Handbook)

                  ธุรกิจครอบครัวมีควาแตกต่างไปจากธุรกิจทั่ว ๆ ไป สิ่งที่ชัดเจนที่สุด คือ ธุรกิจต้องทำเงิน ทำกำไร ขณะที่ ธุรกิจครอบครัว อาจมีุมุมมองที่แตกต่างออกไป  เช่นการรักษาครอบครัว  และการสืบทอดธุรกิจ
                  Beddor(2009)  บอกไว้ว่า มุมองของรุ่นที่ 2 จะีความแตกต่างไปจากรุ่นก่อตั้งธุรกิจครอบครัวในเรื่อง
                  -ความรู้ มีการศึกษาและเรียนรู้สูงกว่า ตรงกับธุรกิจมากกว่า
                  -ความมั่นคงปลอดภัย ในด้านการลงทุนและความเสี่ยงในการลงทุน
                  -เอกลักษณ์ รุ่นที่ 2 ต้องการสร้างแบรนด์ หรือ ความโดดเด่นให้กับธุรกิจครอบครัว
                   -ความคาดหวัง ในการเข้ามาดำเนินธุรกิจครอบครัวหรือการสวนแทนตำแหน่ง
                   -การควบคุมความเป็นเจ้า ซึ่งคิดอยู่แต่ไ่รู้ว่าจะีโอกาสเื่มื่อไหร่
                   -ได้มีโอกาส ในการทดลองตัดสินใจทางธุรกิจ
                  และสุดท้าย เมื่อไหร่ พ่อ-แม่ จะปล่อยให้ลงมือทำจริง ๆ เสียที

                 เป็นความน่าสนใจที่ได้ มองเข้าไปในส่วนลึกจิตใจของทายาท รุ่นที่  2
                 หากมีโซลูชั่นที่ดี จัดการได้อย่างลงตัว และ แบ่งปันในระหว่างครอบครัวได้  คงต้องรับฟังและพร้อมให้ รุ่นที่ 2 เข้ามาดำเนินการเสียที่ ดีกว่า อยู่ไปแบบ  ลอย ๆ ไ่ม่รู้เื่มื่อไหรจะได้เป็น CEO   สักที



ดร.ดนัย เทียนพุฒ
วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันพระปกเกล้า
โทร 029301133  email: drdanait@gmail.com

Monday, April 30, 2012

คัมภีร์สร้างและรักษาธุรกิจครอบครัว


        กำหนดการสำหรับหนังสือ "คัมภีร์สร้างและรักษาธุรกิจครอบครัว" หรืิอ Family
 Business Handbook  จะเริ่มจำหน่าย  วันที่ 1 มิถุนายน 2555 ราคา250 บาท 
(ฟรีค่าส่งในประเทศไทย))  ที่ โครงการ Human Capital  สนใจโทร 029301133 หรือ email: DrDanaiT@gmil.com
       ถ้าสั่งจอง ล่วงหน้า  ตอนนี้ ราคา 220 บาท (ฟรีค่าส่งในประเทศ)     

       อย่างที่บอกไว่กับทุกท่าน ธุรกิจครอบครัวมีความแตกต่างจากธุรกิจที่ไม่ใช่ครอบครัว
       
       ผู้ที่สนใจ เจ้าของธุรกิจ  ทายาทธุรกิจ ท่านต้องเข้าใจว่า
       -การที่ ธุรกิจครอบครัวจะประสบความสำเร็จได้ สามารถ เรียนรู้ได้ทั้งทาง ทฤษฎีและภาคปฏิบัติ 
       -การฟังหรือ ศึกษาความสำเร็จของธุรกิจอื่่น   ต้องรู้ว่า ไม่สามารถ ก๊อปปี้ หรือ ลอกเลียนแบบได้ หากไม่มีการศึกษา หรือ ทำวิจัย "สร้างองค์ความรู้" ขึ้นมา สิ่งเหล่านั้น เป็นรอยทางของประสบการณ์ของบางธุรกิจ
       -ลักษณะธุรกิจครอบครัวไทย มีความแตกต่างและลักษณะที่ไม่อาจใช้ ทฤษฎีของตะวันตกได้อย่างลงตัวมากนัก  
      -การสืบทอดธุรกิจ ต้องทำการเรียนรู้และเข้าใจหลักการ มากกว่าการที่จะบอกแต่ว่า ปัจจุบันเป็นรุ่นไหน รุ่นที่เท่าไหร่  และความสำเร็จในอดีต อาจไม่ประกันความสำเร็จในอนาคต
       -ข้อมูลในต่างประเทศ บอกว่า ธุรกิจครอบครัว ล้มเหลวในการสืบทอดธุรกิจ ถึง67%  ในขณะที่ของไทยเรา รอด ประมาณ 16.5 % ไม่เกินช่วง 14 ปี แรกของการก่อร่างสร้างตัวในรุ่นก่อตั้ง

        หนังสือ เล่มนี้ มาจาก  การศึกาาและวิจัย ผนวกกับประสบการณ์ในการคลุกคลีกับธุรกิจครอบครัว ของผู้เขียน  จึงมีคำตอบและอะไรที่แตกต่างไปจาก เวทีสัมมนา และตำราธุรกิจครอบครัวที่แปล ๆ มา หรือ จากหอคอยงาช้าง

--------------
 ฝากโปรแกรมสัมมนา ที่ท่านไม่เคยเรียนรู้จากที่ไหนมาก่อน
        

ดร.ดนัย เทียนพุฒ
วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันพระปกเกล้า
โทร 029301133  email: drdanait@gmail.com



       

Wednesday, April 18, 2012

LG ธุรกิจครอบครัวใหญ่ระดับโลก



อย่าลืมนะครับ  พบกับผู้เขียนได้ในวันที่ 1 มิ.ย.55 "DNA การพัฒนาธุรกิจครอบครัว..สู่ธุรกิจมืออาชีพ"

 ผู้เขียนได้พูดถึงธุรกิจ ครอบครัวในประเทศมาพอสมควร คราวนี้อยากหยิบยก ตัวอย่าง LG ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก มาเล่าสู่กันฟัง ตามที่ผู้เขียน เขียนลงใน นสพ.inMarketing ไปแล้ว (อ่านได้ครับ) ส่วนตอนจบต้องไปฟังที่เวทีสัมมนาหลักสูตรดังกล่าว แต่ได้ลงรูป เด่น ๆ ให้เป็นทิศทางใหม่ของ LG และวัฏจ้กรธุรกิจครอบครัว Koo ใน LG group ไว้ให้เป็นแนวทางครับ


 รูปแรกเป็นบทความเกี่ยวกับประวัติและการเริ่มธุรกิจของ LG

 รูปต่อมาเป็น ยอดขาย Handset & Smartphone  โดยเฉพาะ Smartphone ที่ LG ไม่ติด 1ใน5 ของโลกปีที่ผ่านมา ทำให้มีการปรับองค์กรใหม่เปลี่ยน CEO

 
 วิสัยทัศน์ใหม่  และกลยุทธใหม่ของ LG


 โครงสร้างองค์กรใหม่ของ LG


รูปล่างคือประวัติความเป็นมาของ LG


 รูปสุดท้ายเป็นวัฏจักรธุรกิจครอบครัว Koo ใน LG group



ดร.ดนัย เทียนพุฒ
วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันพระปกเกล้า
โทร 029301133  email: drdanait@gmail.com

Tuesday, April 10, 2012

สัมมนา DNA การพัฒนาธุรกิจครอบครัว..สู่ธุรกิจมืออาชีพ


        พบกับ ดร.ดนัย เทียนพุฒ หนึ่งในวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในด้านธุรกิจครอบครัวระดับประเทศ ในหลักสูตรนี้ 1.มิ.ย.55 

        เมื่อธุรกิจครอบครัวถูกกล่าวขวัญถึงอย่างมาก และครั้งนี้ผู้เข้าสัมมนา ทั้งเจ้าของธุรกิจ ธุรกิจครอบครัว ทายาทธุรกิจ ท่านจะได้รับข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับ "ธุรกิจครอบครัวไืทย " ที่เป็นรายงานวิจัยขายดีาอย่างต่อเนื่อง และถูกถามถึงมากที่สุด  พร้อมนี้จะเปิดโมเดลธุรกิจครอบครัวชั้นนำของไทย ที่ยังไม่เคยมีใครได้นำเสนอมาก่อน  แต่ท่านจะได้เรียนรู้อย่างสมบูรณ์แบบในครั้งนี้ 
     
       พร้อมนี้ ทุกท่านสามารถซื้อหนังสือธุรกิจครอบครัวใหม่ล่าสุด " คัมภีร์ สร้างและรักษาธุรกิจครอบครัว" โดย ดร.ดนัย เทียนพุฒ ผู้เขียน ได้ในราคาพิเศษ เฉพาะวันสัมมนา เท่านั้น   (ตอนนี้ยังไม่มีจำหน่าย)

ดร.ดนัย เทียนพุฒ
วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันพระปกเกล้า
โทร 029301133  email: drdanait@gmail.com


Sunday, March 25, 2012

แวดวงธุรกิจครอบครัวเขาคุยเรื่องอะไรกัน

            มีกระแสการสนทนาและพูดคุยกันเรื่องธุรกิจครอบครัว  กระเพื่อมอยู่อย่างสม่ำเสมอในปัจจุบัน โดยเฉพาะในยามที่ผู้นำตระกูลหรือ
ผู้ก่อตั้งธุรกิจได้เสียชีวิตและจากไป  เช่น กลุ่มธุรกิจกระทิงแดง หรือ ในต่างประเทศ โดยหุ้นส่วนชาวออสเตรีย ภายใต้ชื่อ Red Bull
          -บางธุรกิจครอบครัวก็ได้มีการเตรียมการทั้งด้านธุรกิจและครอบครัวไว้ จึงไม่เกิดปัญหาอะไรในภายหลัง
           -บางธุรกิจครอบครัวก็เป็นแบบฉับพลัน  ทำให้ตั้งตัวกันอย่างไม่ทันท่วงที
           -บางธุรกิจครอบครัว อาจคิดเตรียมการ แต่ ทายาท หรือผู้สืบทอด ยังไม่พร้อมในการเข้ามาดูแลกิจการแทน
          เหล่านี้คือประเด็นที่ธุรกิจครอบครัว มักพูดคุยกัน  และถือเป็นเรื่องสำคัญมาก
          ขณะเดียวกันในทาง"ตำรา" หรือ "ทฤษฎี"  ของธุรกิจครอบครัว เค้าคุยเรื่องอะไรกัน
          อย่างแรก  "อะไรที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวมีความโดดเด่นและแตกต่าง"
           เราจะพบว่าในปัจจุบัรมีการเชิญบรรยาย หรือ สัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจที่เป็น "ธุรกิจครอบครัว"  ว่า
         ....ทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จมาได้อย่างไร  และทำไมถึงรอดจนมาถึงปัจจุบัน จนกระทั่งร่ำรวย
             โดยส่วนใหญ่ฟังหรืออ่านไปแล้ว จะไม่ค่อยแตกต่างกัน  โดยเฉพาะในรุ่นก่อตั้ง หรือ รุ่นบุกเบิก
              มักเป็นคนจีนโพ้นทะเล ข้ามน้ำข้ามทะเล มาเมืองไทย  ทำมาหากินแบบหนักเบาเอาสู้  จนค่อย ๆ เริ่มมีฐานะและแยกตัวออกมาตั้งกิจการเป็นของตนเอง.......
           สิ่งเหล่านี้ ต้องทำในเชิงวิชาการจึงจะเป็นองค์ความรู้ที่มีประโยชน์สำหรับ ธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่
           ความจริงแล้วในทางวิชาการเราจะพูดคุยกันในเรื่องต่อไปนี้
         1)  ธรรมชาติ ความสำคัญและความโดดเด่นที่เป็นลักษณะเฉพาะของธุรกิจครอบครัวว่า เป็นอย่างไร
          2) ครอบครัวที่ยิ่งใหญ่ในธุรกิจ  สร้างขึ้นจากอะไร  (โดยหลักการมาจากความไว้เนื้อเชื่อใจและความมุ่งมั่นผูกพัน)
         3)ความเป็นเจ้าของแห่ง  "ธุรกิจอมตะ (Built to Last) "
     สำหรับ เรื่องต่อไป ขอทิ้งไว้ก่อนให้ท่านผู้อ่านคิดต่อครับว่า ในทางวิชาการ เขาคุยอะไรต่อในเรื่องของธุรกิจครอบครัว  ที่เป็นแก่นสาระสำคัญ  ต่อธุรกิจครอบครัวทั้งของตนเองและธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่

วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันพระปกเกล้า
โทร 029301133  email: drdanait@gmail.com
        

Sunday, March 11, 2012

ล่าสุด ! อัตรารอดของธุรกิจครอบครัวไทย



 ถ้าพุดถึงธุรกิจครอบครัวไทย  เรามักจะบอกว่า มีอัตรารอดประมาณ 30% (บางคนก็บอกว่าเยอะแล้ว มองในแง่บวก) แต่ในทัศนะผม หากมีการเตรียมและพัฒนาเพื่อดำเนินการธุรกิจครอบครัวอย่างจริงจัง อัตรารอดน่าจะมากกว่านี้  มิฉะนั้นจะเตรียม ผู้ประกอบการใหม่และ ทายาทธุรกิจครอบครัวไปทำไม

ธุรกิจครอบครอบครัว ที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก ในปัจจุบันคือ อันดับ 1  Wal-Mart อันดับ 2  Ford  อันดับ 3 Samsung และอันดับ 4 LG
น่าสนใจนะครับ ที่เอเซีย อยู่ในอันดับที่ 3-4

กลับมาที่เมืองไทยครับ ตัวเลขล่าสุดที่ผมได้วิเคราะห์จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
-ในช่วง ปี 2455 -ปี2540  มีธุรกิจจดทะเบียน 483,707 กิจการ มีอัตรารอด 81.6 %
-ในช่วง ปี 2541-ปี 2550 (10ปี) มีธุรกิจจดทะเบียน 372,237 กิจการ มีอัตรารอด 40.9 %(ในปี 2543 มีอัตราการตายเกิน 100 %)
-ล่าสุด  ปี 2541-ปี 2554 (14ปี) มีธุรกิจจดทะเบียน 562,845 กิจการ  มีอัตรารอด 16.5 % (มีอัตราการตายเกิน 100% ในปี 2543 ปี2552 และปี 2554)

ถ้าพิจารณาตัวเลข ในปีแรก ปี 2541 มีอัตรารอด 38.8 %
                               3 ปีแรก (ปี2541-2544) มีอัตรารอด 43.3 %
                               5ปีแรก (ปี 2541-2546) มีอัตรารอด 35.3%
                               8ปีแรก (ปี 2541-2549) มีอัตรารอด 42.4%
ที่น่าแปลกใจคือ อัตรารอด ใน 10ปีของธุรกิจไทยอยู่ที่ 40.9% แต่ พอผ่านไป 14 ปี อัตรารอดกลับลดลงเหลือเพียง 16.5 %  และมีอัตราการตายเกิน 100% ใน 3 ช่วงคือ ปี 2543  ปี  2552 และ ปี 2554

แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจไทย หรือ ธุรกิจที่พัฒนาเป็นธุรกิจครอบครัว มีความยากมากขึ้นในการบริหารกิจการให้ประสบความสำเร็จ
ข้อคิดสำคัญ ประเทศไม่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์และสภาพแวดล้อม  กับการมีปัญหาทางด้านการเมือง  จะส่งผลให้กิจการไม่สามารถรอดไปได้ จากตัวเลขในปี 2552 และ ปี 2554  

ผู้ประกอบการและ ธุรกิจควรอบครัว ต้องพัฒนาตัวเองมากยิ่งขึ้น  ไม่มี เทวดาหรือ อัศวินที่ไหนมาช่วยได้หรอกครับ หากไม่ปรับและพัฒนาตัวเองให้แกร่งและแข็งแรง ยังมี คลื่นลูกใหม่ที่รอโถมเข้าหาธุรกิจอยู่คือ AEC 2015 ใครปรับตัวช้า เหนื่อยครับ และอาจไม่มีพื้นที่ให้เล่น ก็ได้


วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันพระปกเกล้า
โทร 029301133  
email: drdanait@gmail.com



Sunday, March 4, 2012

คัมภีร์สร้างและดูแลครอบครัว

-

          ปัจจุบันธุรกิจครอบครัว ต่างสนใจให้ความสำคัญในการบริหารจัดการที่เป็นมืออาชีพมากขึ้น พร้อมกับต่างแสวงหาเรียนรู้เคล็ดวิชา ที่จะใช้นำพาให้ธุรกิจครอบครัวของตนก้าวเดินไปอย่างประสบความสำเร็จ และไม่ต้องผิดพลาดแบบธุรกิจครอบครัวในยุคก่อน ๆ
         การเรียนรู้จาก ธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จถือเป็นการเรียนลัดได้ในอีกแนวทางหนึ่ง แต่ธุรกิจครอบครัวต้องมีความเข้าใจเป็นเบื้องต้น ก่อนว่า
         -ความสำเร็จดังกล่าวเป็นประสบการณ์ตรงของผู้ก่อตั้ง รุ่นพ่อ-แม่หรือ รุ่นลูกหลานแต่ละคน ซึ่งอาจเป็นความสามารถเฉพาะบุคคล ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้
         -สภาพแวดล้อมของธุรกิจแต่ละยุคสมัยมีความแตกต่าง การแข่งขันของธุรกิจและบริบททางธุรกิจไม่เหมือนกัน การนำความรู้ที่ได้อ่าน ได้ยิน ได้ฟังมาไปใช้จำเป็นต้องเรียนรู้และศึกษาสภาพข้อจำกัดดังกล่าว
         -ไม่มีความสำเร็จใดที่เป็นแบบ One Size Fits All ถ้าไม่ได้ทำการวิจัยศึกษาอย่างเป็นระบบ จนกระทั่งกลั่นเป็นองค์ความรู้แบบที่ทำกันในธุรกิจครอบครัวต่างประเทศหรือ ประเทศตะวันตก
         ผู้เขียนขอนำความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจครอบครัวจิราธิวัฒน์จากประสบการณ์ของคุณสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ ได้ใช้สร้างธุรกิจจนประสบความสำเร็จและถือเป็น"ต้นแบบธุรกิจครอบครัวไทย"  ซึ่งยอมรับและกล่าวถึงกันมาก โดยเฉพาะเรื่อง"หลักในการสร้างและดูแลครอบครัว" ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
        (1) การอยู่ร่วมกัน ลักษณะการอยู่ร่วมกันของครอบครัวจิราธิวัฒน์คือ อยู่บ้านเดียวกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน เล่นด้วยกัน ทำงานด้วยกันและนอนบ้านเดียวกัน อันเป็นการปูพื้นฐานในด้านความรู้สึกนึกคิดว่าทุกคนมาจากครอบครัวเดียวกัน ไม่เกิดการแบ่งแยกว่าเป็นพี่น้องต่างมารดากัน
        (2) การจัดลำดับอาวุโส ให้ทุกคนเคารพนับถือตามความอาวุโสของอายุ แทนที่จะถือตามศักดิ์ความเป็นอา-หลาน เพื่อเป็นการง่ายแก่การปกครอง ทุกคนในครอบคตรัวจิราธิวัฒน์เหมือนกันหมดไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นน้องเป็นลูก
        (3) การอบรมสั่งสอนในครอบครัว ให้ความสำคัญกับการเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่มาก เรื่องครอบครัวต้องรักน้องมากกว่าภรรยา ต้องมีความกตัญญู ต้องเคารพผู้ใหญ่ ต้องอ่านหนังสือ ต้องประหยัด  อย่าเอาเปรียบคนอื่น อย่าเล่นการพนัน อย่าสูบบุหรี่ ทำอะไรทำจริง สำหรับผู้หญิงจะสอนวิธีการเลือกคู่ครองไม่จำเป็นต้องเป็นคนรวยของให้เป็นคนทำงานจริงจัง
         (4) ใช้หลักประชาธิปไตยกับสมาชิกในครอบครัวทุกคน มีสิทธิมีเสียงที่จะแสดงความคิดเห็น
         (5) การให้การศึกษาแก่สมาชิก ทุกคนจะได้มีการศึกษาที่ดี เด็กผู้ชายเรียนที่อัสสัมชัญ เด็กผู้หญิงเรียนที่มาร์แตร์ เป็นหลักและส่งเรียนต่อต่างประเทศทุกคน
         (6) การแบ่งงานให้สมาชิก โดยการวางแผนธุรกิจล่วงหน้า แบ่งงานให้แต่ละคนโดยคำนึงถึงความอาวุโส ประกอบกับความสามารถและความเหมาะสม
        (7) การทำโทษสมัยแรก ๆ ใช้ไม้เรียว และสมัยหลังใช้การเวียนจดหมายให้ได้อาย ประจานไม่ให้คนอื่นเอาเยี่ยงอย่าง ซึ่งวิธีนี้เป็นที่หวาดกลัวของคนในครอบครัวจึงระวังไม่ให้ทำอะไรผิดกัน
        (8) การชมเชย  คือการมอบความไว้วางใจให้ดูแลธุรกิจโดยให้งานเพิ่มขึ้นอีกเพื่อพัฒนาความสามารถให้มากยิ่งขึ้น จะได้รับผิดชอบที่สูงขึ้นไปอีก

        น่าสนใจใน"ประสบการณ์ของครอบครัวจิราธิวัฒน์" ในการที่จะเรียนรู้แล้วลองปรับใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจครอบครัวในยุคปัจจุบันครับ


วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันพระปกเกล้า
โทร 029301133  email: drdanait@gmail.com